สำหรับแนวข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 กฎหมายฉบับนี้เปรียบเสมือน "กระดูกสันหลัง" ของระบบราชการไทย ข้อสอบมักจะวัดความแม่นยำในการแยกแยะโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ โดยมีจุดที่มักจะนำมาออกสอบบ่อยๆ ดังนี้ครับ
1. หลักการจัดระเบียบบริหารราชการ (ออกทุกปี ต้องจำให้แม่น) ข้อสอบชอบให้จับคู่หลักการบริหารกับส่วนราชการ คุณต้องแยก 3 คำนี้ให้ออก:
ส่วนกลาง (กระทรวง ทบวง กรม): ใช้หลักการ "รวมอำนาจ" (สั่งการจากศูนย์กลาง)
ส่วนภูมิภาค (จังหวัด อำเภอ): ใช้หลักการ "แบ่งอำนาจ" (ส่วนกลางแบ่งอำนาจมาให้ผู้ว่าฯ และนายอำเภอตัดสินใจแทน)
ส่วนท้องถิ่น (อบจ. อบต. เทศบาล กทม. พัทยา): ใช้หลักการ "กระจายอำนาจ" (ให้ประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งคนมาบริหารกันเอง)
2. ฐานะ "นิติบุคคล" ข้อสอบมักหลอกถามว่าหน่วยงานไหนเป็นหรือไม่เป็นนิติบุคคล (นิติบุคคลคือทำนิติกรรม ฟ้องร้องได้ด้วยตัวเอง)
เป็นนิติบุคคล: สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวง, ทบวง, กรม, จังหวัด, และส่วนท้องถิ่นทั้งหมด
ไม่เป็นนิติบุคคล: อำเภอ (ข้อนี้ออกสอบบ่อยมาก อำเภอเป็นแค่ส่วนที่แบ่งย่อยมาจากจังหวัด ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล)
3. การตั้ง ยุบ เปลี่ยนชื่อ โอน ส่วนราชการ ต้องจำให้ได้ว่าต้องออกเป็นกฎหมายอะไร:
ตั้งกระทรวง/ทบวง/กรมใหม่ = ออกเป็น พ.ร.บ.
รวมหรือโอนส่วนราชการ (ถ้าไม่มีการตั้งตำแหน่ง/ลูกจ้างเพิ่ม) = ออกเป็น พ.ร.ฎ.
เปลี่ยนชื่อกระทรวง/กรม = ออกเป็น พ.ร.ฎ.
ยุบส่วนราชการ = ออกเป็น พ.ร.ฎ.
แบ่งส่วนราชการภายในกรม (ตั้งกอง) = ออกเป็น กฎกระทรวง
4. ผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับ ข้อสอบจะถามความเชื่อมโยงของสายบังคับบัญชา:
สำนักนายกรัฐมนตรี: มีฐานะเป็น "กระทรวง" ผู้บังคับบัญชาสูงสุดคือ นายกรัฐมนตรี
จังหวัด: ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นข้าราชการสังกัด "กระทรวงมหาดไทย" (รับคำสั่งจากกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ มาปฏิบัติ)
อำเภอ: นายอำเภอ เป็นข้าราชการสังกัด "กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย" (แต่ต้องรับคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัด)
5. "รักษาราชการแทน" VS "ปฏิบัติราชการแทน" (จุดปราบเซียน) สองคำนี้ความหมายในทางกฎหมายไม่เหมือนกัน ข้อสอบชอบเอามาสลับกันหลอก:
ปฏิบัติราชการแทน: มีคนอยู่ แต่ "มอบอำนาจ" ให้คนอื่นทำแทนในบางเรื่อง (คนมอบยังมีอำนาจอยู่)
รักษาราชการแทน: ไม่มีคนอยู่ (เช่น ตำแหน่งว่างลง, ไปต่างประเทศ, ป่วยหนัก) เลยต้องมีคนมา "นั่งเก้าอี้แทน" (คนมาแทนมีอำนาจเต็มเท่าคนเดิม)
6. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
จำตัวย่อให้ดี (ก.พ.ร. ไม่ใช่ ก.พ.)
มีหน้าที่เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ
นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน
เทคนิคการอ่าน: เวลาอ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้เขียน Mind Map โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ (กลาง -> ภูมิภาค -> ท้องถิ่น) แล้วโยงเส้นสายการบังคับบัญชา จะช่วยให้เห็นภาพรวมและจำได้แม่นยำกว่าการท่องจำตัวหนังสือล้วนๆ
ลองเอาหัวข้อเหล่านี้ไปเปิดเทียบกับตัวบทกฎหมายหรือหนังสือสรุปที่คุณมี แล้วทำเครื่องหมายเน้นข้อความไว้เลยครับ จุดพวกนี้คือ "คะแนนฟรี" ถ้าเราดักทางข้อสอบถูก ขอให้อ่านหนังสืออย่างมีความสุขและทำข้อสอบได้ทะลุปรุโปร่ง
ตัวอย่างข้อสอบพร้อมเฉลย (เฉลายให้คลุมดำ)
ข้อที่ 1: การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ใช้หลักการบริหารราชการตามข้อใด?
ก. การรวมอำนาจ
ข. การแบ่งอำนาจ
ค. การกระจายอำนาจ
ง. การมอบอำนาจ
เฉลย: ข. การแบ่งอำนาจ คำอธิบาย: ส่วนภูมิภาค (จังหวัด, อำเภอ) ใช้หลัก "การแบ่งอำนาจ" โดยส่วนกลางแบ่งอำนาจการตัดสินใจบางส่วนมาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ส่วนหลักการรวมอำนาจเป็นของส่วนกลาง และการกระจายอำนาจเป็นของส่วนท้องถิ่น
ข้อที่ 2: ส่วนราชการในข้อใดต่อไปนี้ "ไม่มี" ฐานะเป็นนิติบุคคล?
ก. กระทรวงมหาดไทย
ข. กรมการปกครอง
ค. จังหวัดเชียงใหม่
ง. อำเภอเมืองเชียงใหม่
เฉลย: ง. อำเภอเมืองเชียงใหม่ คำอธิบาย: อำเภอเป็นเพียงหน่วยงานย่อยที่แบ่งออกมาจากจังหวัดเพื่อความสะดวกในการปกครองตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ จึงไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล (ฟ้องร้องหรือทำนิติกรรมเองไม่ได้) ในขณะที่ กระทรวง กรม จังหวัด และส่วนท้องถิ่น ล้วนเป็นนิติบุคคล
กฎหมายระบุชัดเจนว่า สำนักนายกฯ กระทรวง กรม (มาตรา 7) และจังหวัด (มาตรา 52) เป็นนิติบุคคล แต่ในส่วนของอำเภอ (มาตรา 61) กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เป็นนิติบุคคล
ข้อที่ 3: การจัดตั้งกระทรวง ทบวง หรือกรมขึ้นใหม่ ต้องตราเป็นกฎหมายประเภทใด?
ก. พระราชบัญญัติ
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. กฎกระทรวง
ง. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
เฉลย: ก. พระราชบัญญัติ คำอธิบาย: อ้างอิงตาม มาตรา 8 การ "ตั้ง" กระทรวง ทบวง กรมใหม่ ต้องตราเป็น พระราชบัญญัติ (แต่ถ้าเป็นกรณี ยุบ เปลี่ยนชื่อ หรือรวม/โอนโดยไม่ได้เพิ่มตำแหน่ง จะใช้เพียง พระราชกฤษฎีกา)
ข้อที่ 4: ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ (เช่น ป่วยหนัก หรือไปราชการต่างประเทศ) การให้บุคคลอื่นมาทำหน้าที่ในเก้าอี้นั้นแทน เรียกว่าอะไร?
ก. ปฏิบัติราชการแทน
ข. รักษาราชการแทน
ค. รักษาการแทน
ง. ทำการแทน
เฉลย: ข. รักษาราชการแทน คำอธิบาย: อ้างอิงตาม มาตรา 46 กฎหมายระบุคำศัพท์เฉพาะไว้ชัดเจนว่า หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิบดีเป็นผู้ "รักษาราชการแทน" คีย์เวิร์ดคือ "ตำแหน่งว่างลง" หรือ "ตัวไม่อยู่" กฎหมายจะใช้คำว่า รักษาราชการแทน ซึ่งผู้ที่มาทำหน้าที่จะมีอำนาจเต็มเท่ากับอธิบดีตัวจริง ส่วนคำว่า "ปฏิบัติราชการแทน" จะใช้ในกรณีที่ตัวยังอยู่ แต่มอบอำนาจบางเรื่องให้คนอื่นทำแทน
ข้อที่ 5: สำนักนายกรัฐมนตรี มีฐานะเทียบเท่าส่วนราชการใด?
ก. กระทรวง
ข. ทบวง
ค. กรม
ง. กอง
เฉลย: ก. กระทรวง คำอธิบาย: อ้างอิงตาม มาตรา 7 วรรคสอง ระบุไว้ตรงตัวว่า "สำนักนายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็นกระทรวง" และมีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด