9/27/2026

แนวการออกข้อสอบ ก.พ. พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)

 



    พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับนี้เปรียบเสมือนโครงสร้างบ้านของระบบราชการไทย! ให้เน้นทำความเข้าใจการแบ่งส่วนราชการเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนกลาง (กระทรวง ทบวง กรม), ส่วนภูมิภาค (จังหวัด อำเภอ) และส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ต้องจำอำนาจหน้าที่ของตำแหน่งสำคัญๆ อย่าง รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอให้แม่น
ดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่นี่

สำหรับแนวข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 กฎหมายฉบับนี้เปรียบเสมือน "กระดูกสันหลัง" ของระบบราชการไทย ข้อสอบมักจะวัดความแม่นยำในการแยกแยะโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ โดยมีจุดที่มักจะนำมาออกสอบบ่อยๆ ดังนี้ครับ

1. หลักการจัดระเบียบบริหารราชการ (ออกทุกปี ต้องจำให้แม่น) ข้อสอบชอบให้จับคู่หลักการบริหารกับส่วนราชการ คุณต้องแยก 3 คำนี้ให้ออก:

ส่วนกลาง (กระทรวง ทบวง กรม): ใช้หลักการ "รวมอำนาจ" (สั่งการจากศูนย์กลาง)

ส่วนภูมิภาค (จังหวัด อำเภอ): ใช้หลักการ "แบ่งอำนาจ" (ส่วนกลางแบ่งอำนาจมาให้ผู้ว่าฯ และนายอำเภอตัดสินใจแทน)

ส่วนท้องถิ่น (อบจ. อบต. เทศบาล กทม. พัทยา): ใช้หลักการ "กระจายอำนาจ" (ให้ประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งคนมาบริหารกันเอง)

2. ฐานะ "นิติบุคคล" ข้อสอบมักหลอกถามว่าหน่วยงานไหนเป็นหรือไม่เป็นนิติบุคคล (นิติบุคคลคือทำนิติกรรม ฟ้องร้องได้ด้วยตัวเอง)

เป็นนิติบุคคล: สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวง, ทบวง, กรม, จังหวัด, และส่วนท้องถิ่นทั้งหมด

ไม่เป็นนิติบุคคล: อำเภอ (ข้อนี้ออกสอบบ่อยมาก อำเภอเป็นแค่ส่วนที่แบ่งย่อยมาจากจังหวัด ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล)

3. การตั้ง ยุบ เปลี่ยนชื่อ โอน ส่วนราชการ ต้องจำให้ได้ว่าต้องออกเป็นกฎหมายอะไร:

ตั้งกระทรวง/ทบวง/กรมใหม่ = ออกเป็น พ.ร.บ.

รวมหรือโอนส่วนราชการ (ถ้าไม่มีการตั้งตำแหน่ง/ลูกจ้างเพิ่ม) = ออกเป็น พ.ร.ฎ.

เปลี่ยนชื่อกระทรวง/กรม = ออกเป็น พ.ร.ฎ.

ยุบส่วนราชการ = ออกเป็น พ.ร.ฎ.

แบ่งส่วนราชการภายในกรม (ตั้งกอง) = ออกเป็น กฎกระทรวง

4. ผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับ ข้อสอบจะถามความเชื่อมโยงของสายบังคับบัญชา:

สำนักนายกรัฐมนตรี: มีฐานะเป็น "กระทรวง" ผู้บังคับบัญชาสูงสุดคือ นายกรัฐมนตรี

จังหวัด: ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นข้าราชการสังกัด "กระทรวงมหาดไทย" (รับคำสั่งจากกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ มาปฏิบัติ)

อำเภอ: นายอำเภอ เป็นข้าราชการสังกัด "กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย" (แต่ต้องรับคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัด)

5. "รักษาราชการแทน" VS "ปฏิบัติราชการแทน" (จุดปราบเซียน) สองคำนี้ความหมายในทางกฎหมายไม่เหมือนกัน ข้อสอบชอบเอามาสลับกันหลอก:

ปฏิบัติราชการแทน: มีคนอยู่ แต่ "มอบอำนาจ" ให้คนอื่นทำแทนในบางเรื่อง (คนมอบยังมีอำนาจอยู่)

รักษาราชการแทน: ไม่มีคนอยู่ (เช่น ตำแหน่งว่างลง, ไปต่างประเทศ, ป่วยหนัก) เลยต้องมีคนมา "นั่งเก้าอี้แทน" (คนมาแทนมีอำนาจเต็มเท่าคนเดิม)

6. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

จำตัวย่อให้ดี (ก.พ.ร. ไม่ใช่ ก.พ.)

มีหน้าที่เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ

นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน

เทคนิคการอ่าน: เวลาอ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้เขียน Mind Map โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ (กลาง -> ภูมิภาค -> ท้องถิ่น) แล้วโยงเส้นสายการบังคับบัญชา จะช่วยให้เห็นภาพรวมและจำได้แม่นยำกว่าการท่องจำตัวหนังสือล้วนๆ

ลองเอาหัวข้อเหล่านี้ไปเปิดเทียบกับตัวบทกฎหมายหรือหนังสือสรุปที่คุณมี แล้วทำเครื่องหมายเน้นข้อความไว้เลยครับ จุดพวกนี้คือ "คะแนนฟรี" ถ้าเราดักทางข้อสอบถูก ขอให้อ่านหนังสืออย่างมีความสุขและทำข้อสอบได้ทะลุปรุโปร่ง

ตัวอย่างข้อสอบพร้อมเฉลย (เฉลายให้คลุมดำ)


ข้อที่ 1: การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ใช้หลักการบริหารราชการตามข้อใด? 

ก. การรวมอำนาจ 

ข. การแบ่งอำนาจ 

ค. การกระจายอำนาจ 

ง. การมอบอำนาจ 

เฉลย: ข. การแบ่งอำนาจ คำอธิบาย: ส่วนภูมิภาค (จังหวัด, อำเภอ) ใช้หลัก "การแบ่งอำนาจ" โดยส่วนกลางแบ่งอำนาจการตัดสินใจบางส่วนมาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ส่วนหลักการรวมอำนาจเป็นของส่วนกลาง และการกระจายอำนาจเป็นของส่วนท้องถิ่น

ข้อที่ 2: ส่วนราชการในข้อใดต่อไปนี้ "ไม่มี" ฐานะเป็นนิติบุคคล? 

ก. กระทรวงมหาดไทย 

ข. กรมการปกครอง 

ค. จังหวัดเชียงใหม่ 

ง. อำเภอเมืองเชียงใหม่ 

เฉลย: ง. อำเภอเมืองเชียงใหม่ คำอธิบาย: อำเภอเป็นเพียงหน่วยงานย่อยที่แบ่งออกมาจากจังหวัดเพื่อความสะดวกในการปกครองตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ จึงไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล (ฟ้องร้องหรือทำนิติกรรมเองไม่ได้) ในขณะที่ กระทรวง กรม จังหวัด และส่วนท้องถิ่น ล้วนเป็นนิติบุคคล 

กฎหมายระบุชัดเจนว่า สำนักนายกฯ กระทรวง กรม (มาตรา 7) และจังหวัด (มาตรา 52) เป็นนิติบุคคล แต่ในส่วนของอำเภอ (มาตรา 61) กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เป็นนิติบุคคล

ข้อที่ 3: การจัดตั้งกระทรวง ทบวง หรือกรมขึ้นใหม่ ต้องตราเป็นกฎหมายประเภทใด? 

ก. พระราชบัญญัติ 

ข. พระราชกฤษฎีกา 

ค. กฎกระทรวง 

ง. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี 

เฉลย: ก. พระราชบัญญัติ คำอธิบาย: อ้างอิงตาม มาตรา 8 การ "ตั้ง" กระทรวง ทบวง กรมใหม่ ต้องตราเป็น พระราชบัญญัติ (แต่ถ้าเป็นกรณี ยุบ เปลี่ยนชื่อ หรือรวม/โอนโดยไม่ได้เพิ่มตำแหน่ง จะใช้เพียง พระราชกฤษฎีกา) 

ข้อที่ 4: ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ (เช่น ป่วยหนัก หรือไปราชการต่างประเทศ) การให้บุคคลอื่นมาทำหน้าที่ในเก้าอี้นั้นแทน เรียกว่าอะไร? 

ก. ปฏิบัติราชการแทน 

ข. รักษาราชการแทน 

ค. รักษาการแทน 

ง. ทำการแทน 

เฉลย: ข. รักษาราชการแทน คำอธิบาย: อ้างอิงตาม มาตรา 46 กฎหมายระบุคำศัพท์เฉพาะไว้ชัดเจนว่า หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิบดีเป็นผู้ "รักษาราชการแทน" คีย์เวิร์ดคือ "ตำแหน่งว่างลง" หรือ "ตัวไม่อยู่" กฎหมายจะใช้คำว่า รักษาราชการแทน ซึ่งผู้ที่มาทำหน้าที่จะมีอำนาจเต็มเท่ากับอธิบดีตัวจริง ส่วนคำว่า "ปฏิบัติราชการแทน" จะใช้ในกรณีที่ตัวยังอยู่ แต่มอบอำนาจบางเรื่องให้คนอื่นทำแทน


ข้อที่ 5: สำนักนายกรัฐมนตรี มีฐานะเทียบเท่าส่วนราชการใด? 

ก. กระทรวง 

ข. ทบวง 

ค. กรม 

ง. กอง 

เฉลย: ก. กระทรวง คำอธิบาย: อ้างอิงตาม มาตรา 7 วรรคสอง ระบุไว้ตรงตัวว่า "สำนักนายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็นกระทรวง" และมีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด






แนวการออกข้อสอบ ก.พ. พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)

       พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับนี้เปรียบเสมือนโครงสร้างบ้านของระบบราชการไทย! ให้เน้นทำความเข...