9/25/2026

ข้อสอบกฎหมาย กพ ออกอะไร



     ใครกำลังเตรียมตัวสอบ ก.พ. ภาค ก. มารวมกันตรงนี้! หนึ่งในวิชาที่หลายคนกังวลคือ "วิชากฎหมาย" (วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี) ซึ่งข้อสอบในส่วนนี้มีทั้งหมด 25 ข้อ และที่สำคัญคือต้องทำคะแนนรวมให้ผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนดด้วย
    เป้าหมายหลักของวิชานี้ไม่ได้ให้ท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่เน้นวัดความเข้าใจว่าเรามองภาพโครงสร้างราชการ อำนาจหน้าที่ และการปฏิบัติงานออกหรือไม่ อย่าเพิ่งท้อกับชื่อกฎหมา
ยยาวๆ ลองมาจับจุดกันดูว่ากฎหมายทั้ง 6 ฉบับที่ออกสอบ เขาเน้นเนื้อหาตรงไหนกันบ้าง

    1. พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับนี้เปรียบเสมือนโครงสร้างบ้านของระบบราชการไทย! ให้เน้นทำความเข้าใจการแบ่งส่วนราชการเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนกลาง (กระทรวง ทบวง กรม), ส่วนภูมิภาค (จังหวัด อำเภอ) และส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ต้องจำอำนาจหน้าที่ของตำแหน่งสำคัญๆ อย่าง รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอให้แม่น
ดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่นี่

    2. พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ว่าด้วยหลักการทำงานยุคใหม่ที่ต้องรวดเร็วและคุ้มค่า ให้เน้นอ่านเป้าหมายของการทำงานที่ต้องมุ่งเน้น "ประโยชน์สุขของประชาชน" เป็นหลัก รวมถึงวิธีการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ลดขั้นตอนที่ยืดเยื้อ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชน
ดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่นี่

    3. พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับนี้เกี่ยวกับการตัดสินใจและออกคำสั่งทางราชการ เน้นอ่านเรื่องขั้นตอนการทำคำสั่งทางปกครอง สิทธิของคู่กรณี (ประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง) และที่ออกสอบบ่อยมากคือ "การยื่นอุทธรณ์คำสั่ง" ว่าต้องทำภายในกี่วัน ยื่นกับใคร
ดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่นี่

    4. ประมวลกฎหมายอาญา (เฉพาะความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ) ไม่ต้องอ่านทั้งเล่ม! ให้อ่านเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ เน้นความเข้าใจเรื่องการทุจริต การรับสินบน และการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (มาตราดังๆ อย่าง 157 ต้องจำให้แม่น)
ดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่นี่

    5. พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 กฎหมายคุ้มครองคนทำงาน เน้นเรื่องกรณีที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่แล้วดันเกิดความเสียหายขึ้น ใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ? หน่วยงานหรือตัวเจ้าหน้าที่? และหลักการฟ้องร้อง รวมถึงการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่นี่

    6. พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ข้อสอบส่วนนี้จะวัดเรื่องการเป็นข้าราชการที่ดี เน้นหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่รัฐ และประมวลจริยธรรมที่คนเป็นข้าราชการต้องยึดถือไว้ในใจเสมอ
ดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่นี่

    เห็นไหมว่าถ้าเรา "จับจุดถูก" วิชากฎหมายก็ไม่ใช่เรื่องยาก ทุกฉบับมีแก่นของมันอยู่ แค่เราเข้าใจภาพรวมว่ากฎหมายนั้นเขียนมาเพื่ออะไร ก็สามารถวิเคราะห์หาคำตอบในห้องสอบได้สบายๆ
เส้นทางสู่การสวมเครื่องแบบ "ข้าราชการ" อาจจะต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยในการอ่านหนังสือช่วงนี้ แต่มันคุ้มค่าแน่นอนกับความมั่นคงในชีวิตของคุณและครอบครัวในระยะยาว หยิบหนังสือขึ้นมาเลยครับ แบ่งเวลาอ่านและทำความเข้าใจวันละนิด ทบทวนข้อสอบเก่าบ่อยๆ ความพยายามอย่างสม่ำเสมอไม่เคยทรยศใคร ขอให้ทุกคนฮึดสู้ ตั้งใจ และสอบผ่าน ก.พ. ให้ได้ตามที่ฝันไว้นะครับ ลุยเลย!

9/23/2026

เตรียมตัวยังไงให้สอบ ก.พ. ผ่าน

 




การสอบ ก.พ. เป็นอีกหนึ่งสนามที่หลายคนตั้งใจเต็มที่ อ่านหนังสือจนดึก ซื้อหนังสือมาเป็นกอง แต่พอถึงวันสอบจริงกลับเจอปัญหาเดิม ๆ อย่าง "ทำข้อสอบไม่ทัน" หรือ "อ่านมาแล้ว แต่พอเจอโจทย์จริงกลับไม่มั่นใจ" ความจริงคือ การสอบ ก.พ. ไม่ได้วัดว่าใครอ่านเยอะกว่ากัน แต่วัดว่าใครเข้าใจมากกว่า ฝึกมาถูกทางกว่า และบริหารเวลาได้ดีกว่า
 
รู้จักข้อสอบก่อน เริ่มอ่านทีหลัง
 
ก่อนจะลงมืออ่านหนังสือ ลองศึกษาก่อนว่าข้อสอบมีวิชาอะไรบ้าง แต่ละส่วนออกแนวไหน และมีความสำคัญแค่ไหน เมื่อรู้สนามสอบชัด เราจะวางแผนอ่านได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาอ่านทุกเรื่องแบบหว่านไปเรื่อย
 
อย่าเพิ่งอ่าน เริ่มจากลองทำข้อสอบก่อน หลายคนเริ่มจากเปิดหนังสือหน้าแรกแล้วอ่านยาว ๆ แต่จริง ๆ แล้ววิธีที่ช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าคือ ลองทำข้อสอบเก่าหรือข้อสอบจำลองก่อน เพราะจะทำให้รู้ทันทีว่าเรายังติดตรงไหน พอรู้จุดอ่อนแล้วค่อยกลับไปทบทวนเฉพาะเรื่องนั้น จะได้ผลกว่าการอ่านทุกอย่างพร้อมกัน
ภาษาไทย ยังไม่แม่นเรื่องหลักภาษา หรืออ่านจับใจความไม่ทัน
คณิตศาสตร์ คิดไม่ออก หรือคำนวณช้า
ภาษาอังกฤษ ติดศัพท์ ติดแกรมมาร์ หรืออ่านบทความไม่เข้าใจ
 
อ่านให้เข้าใจ แล้วฝึกโจทย์เยอะ ๆ การสอบปรนัยไม่ได้วัดแค่ความรู้ แต่ยังวัดทักษะการทำข้อสอบด้วย ยิ่งทำโจทย์มาก ยิ่งเห็นแนวข้อสอบ รู้วิธีคิด และจับจังหวะการทำข้อสอบได้เร็วขึ้น ลองใช้สูตรง่าย ๆ
 
อ่านให้เข้าใจ → ทำโจทย์ → ดูข้อผิดพลาด → กลับไปแก้จุดอ่อน
 
ทำวนแบบนี้จะพัฒนาได้เร็วกว่าการนั่งอ่านอย่างเดียวหลายชั่วโมง
 
ฝึกจับเวลาให้เหมือนสอบจริง หลายคนไม่ได้ทำไม่ได้ แต่ทำไม่ทัน พอเริ่มทำโจทย์ได้คล่องแล้ว ควรลองจับเวลาเหมือนวันสอบจริง ไม่เปิดหนังสือ ไม่ดูเฉลยระหว่างทำ และพยายามทำต่อเนื่องจนจบชุด การซ้อมแบบนี้จะช่วยให้คุ้นกับแรงกดดัน และรู้ว่าควรใช้เวลากับแต่ละข้อประมาณเท่าไร ไม่ต้องเก่งทุกข้อก็สอบผ่านได้ วันสอบจริง เป้าหมายไม่ใช่การทำถูกทุกข้อ แต่คือการเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด ถ้าเจอข้อยากมาก คิดนานแล้วไม่ออก ให้ข้ามไปก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาทำ อย่าเสียเวลา 5 นาทีกับข้อเดียว ในเมื่อเวลาเท่ากันอาจเก็บคะแนนจากข้ออื่นได้หลายข้อ
 
ภาษาอังกฤษต้องอาศัยความสม่ำเสมอ
 
ถ้าไม่ถนัดภาษาอังกฤษ การอ่านหนักก่อนสอบไม่กี่วันมักช่วยได้ไม่มาก แต่ถ้าฝึกวันละนิด จะเห็นผลชัดกว่า เช่น
ท่องศัพท์วันละ 10-20 คำ
อ่านบทความสั้น ๆ ทุกวัน
ฝึก Grammar และ Vocabulary
ทำโจทย์จับเวลาเป็นประจำ ไม่ต้องนาน ขอแค่ทำต่อเนื่อง
 
ทำสมุดรวมข้อผิดพลาดของตัวเอง
ทุกครั้งที่ทำข้อสอบผิด ลองจดเอาไว้ว่าเพราะอะไร
จำสูตรไม่ได้
อ่านโจทย์ไม่ละเอียด
คิดเลขผิด
ไม่รู้คำศัพท์
ใช้เวลานานเกินไป
 
สมุดเล่มนี้จะกลายเป็นคู่มือแก้จุดอ่อนของตัวเอง และช่วงใกล้สอบก็สามารถหยิบมาทบทวนได้ทันที
 
วางแผนตามเวลาที่เรามี
 
ไม่จำเป็นต้องมีเวลาวันละ 8 ชั่วโมงถึงจะสอบผ่าน ต่อให้เป็นคนทำงานที่มีเวลาแค่วันละ 30-60 นาที ก็สามารถแบ่งเวลาอ่าน ทบทวน และทำโจทย์ได้
 
สิ่งสำคัญไม่ใช่อ่านหนักแค่ช่วงสั้น ๆ แต่คือการทำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเคยสอบไม่ผ่าน อย่าเพิ่งท้อ
 
การสอบไม่ผ่านไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง ลองมองว่าผลสอบครั้งก่อนคือข้อมูลที่บอกว่าเราควรพัฒนาตรงไหน
 
แทนที่จะกลับไปอ่านทุกอย่างใหม่ ลองโฟกัสกับจุดที่เคยพลาด แล้วปรับแผนให้ตรงจุดมากขึ้น โอกาสผ่านในครั้งต่อไปก็จะสูงขึ้น



 
สรุปสั้น ๆ
 
รู้แนวข้อสอบ → วัดระดับตัวเอง → หาเรื่องที่อ่อน → ฝึกทำโจทย์ → จับเวลา → แก้ข้อผิดพลาด → ทำซ้ำ
 
อย่าอ่านหนังสือเพื่อให้รู้สึกว่า "วันนี้ได้อ่านแล้ว" แต่ให้อ่านเพื่อให้วันที่เจอข้อสอบจริง คุณสามารถทำข้อสอบได้จริง และใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด

9/22/2026

ทำไมถึงสอบกพ ไม่ผ่าน

 


สอบ ก.พ. ไม่ผ่าน ไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง แต่อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนวิธีเตรียมตัว

การสอบ ก.พ. ไม่ผ่านสักครั้ง ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่เก่ง หรือไม่มีความสามารถมากพอที่จะเป็นข้าราชการ หลายคนใช้เวลาหลายเดือนอ่านหนังสืออย่างหนัก ทำสรุปจนเต็มเล่ม และพยายามจำเนื้อหาให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อถึงวันสอบจริงกลับทำข้อสอบไม่ทัน ตื่นเต้น หรือตอบคำถามได้ไม่ดีอย่างที่คาดหวัง ปัญหาในหลายกรณีจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ “ความฉลาด” แต่อยู่ที่ วิธีการฝึกฝนและการจัดการเวลา เพราะการสอบไม่ได้วัดเพียงว่าเรารู้มากแค่ไหน แต่ยังทดสอบด้วยว่าเราสามารถนำความรู้ที่มีมาใช้ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาได้ดีเพียงใด หนึ่งในกับดักที่พบได้บ่อยคือ อ่านเยอะ แต่ไม่ค่อยได้ซ้อมทำข้อสอบจริง เราอาจรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจเนื้อหาเป็นอย่างดี แต่เมื่อเจอโจทย์ที่มีตัวเลือกหลายข้อและมีเวลาจำกัด กลับใช้เวลานานกว่าที่คิด หรือไม่สามารถตัดสินใจได้ทัน นั่นเป็นเพราะ “การรู้เนื้อหา” กับ “การทำข้อสอบได้” เป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

อีกเรื่องที่ทำให้หลายคนเสียเวลาไม่น้อยคือ ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะการพยายามแปลทุกคำในบทความ เมื่อเจอศัพท์ที่ไม่รู้ก็หยุดหาความหมาย ทำให้เวลาไหลไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายอ่านไม่ทัน สิ่งที่ควรฝึกจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มคำศัพท์ แต่รวมถึงการฝึกอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ มองโครงสร้างของข้อความ และแยกให้ออกว่าอะไรคือข้อมูลสำคัญที่โจทย์ต้องการ นอกจากนี้ ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่าการสอบ ก.พ. คือการสอบ “ความรู้ทั่วไป” จึงพยายามอ่านทุกเรื่องที่คิดว่าอาจออกสอบ ผลที่ตามมาคืออ่านกว้างมาก แต่ไม่สามารถโฟกัสสิ่งที่จำเป็นได้อย่างเต็มที่ การเตรียมตัวที่มีประสิทธิภาพจึงควรเริ่มจากการทำความเข้าใจขอบเขต เนื้อหา และลักษณะการสอบให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วจึงวางแผนอ่านอย่างมีทิศทาง และกับดักสุดท้ายที่อาจมองไม่เห็นก็คือ การประเมินตัวเองจากความรู้สึก

การที่เรารู้สึกว่า “อ่านเข้าใจแล้ว” ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำข้อสอบได้ครบและทันเวลาเสมอไป วิธีที่จะรู้สถานะของตัวเองได้แม่นยำกว่าความรู้สึก คือการลงมือทำข้อสอบจริงและจับเวลาเหมือนอยู่ในสนามสอบ ดังนั้น หากกำลังเตรียมสอบ ก.พ. ลองเริ่มต้นใหม่ด้วย 3 ขั้นตอนง่าย ๆ

ขั้นแรก คือการสอบวัดระดับตัวเอง หยิบข้อสอบเก่ามาทำแบบเต็มชุด กำหนดเวลาให้ใกล้เคียงกับการสอบจริง และระหว่างทำไม่ควรเปิดเฉลยเพื่อช่วยตัวเอง จุดประสงค์ของการทำครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ว่าเราต้องเก่ง แต่เพื่อค้นหาว่า “ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน” หลังทำเสร็จให้ดูทั้งคะแนน จำนวนข้อที่ผิด และเวลาที่ใช้กับแต่ละส่วน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพจริงมากกว่าความรู้สึกของเราเอง

ขั้นที่สอง คือหาจุดรั่วแล้วอุดจุดอ่อน เมื่อรู้คะแนนแล้ว ลองแยกดูเป็นรายวิชา หากพบว่าวิชาใดทำคะแนนได้น้อยหรือใช้เวลามากผิดปกติ วิชานั้นควรได้รับความสนใจมากขึ้น อย่าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับวิชาที่เราชอบเพียงเพราะทำแล้วรู้สึกง่ายและสบายใจ เพราะเป้าหมายของการฝึกคือการลดจุดอ่อน ไม่ใช่เพียงเพิ่มความมั่นใจในสิ่งที่เราทำได้อยู่แล้ว

ขั้นที่สาม คือการตั้งเป้าหมายในการซ้อม ไม่ควรตั้งเป้าเพียงให้คะแนนแตะเกณฑ์ที่ต้องการ เพราะสนามสอบจริงมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง ทั้งความกดดัน ความตื่นเต้น และความเร่งรีบ

การตั้งเป้าหมายคะแนนซ้อมให้สูงกว่าระดับที่ต้องการจึงเป็นการสร้าง “พื้นที่เผื่อความผิดพลาด” ให้กับตัวเอง


แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทำควบคู่ไปกับทั้งสามขั้นตอน คือการทำ Error Log หรือสมุดบันทึกข้อผิดพลาด ทุกครั้งที่ทำข้อสอบผิด อย่าเพียงเปิดเฉลย ดูคำตอบ แล้วเดินหน้าต่อ แต่ให้ถามตัวเองว่า “ทำไมเราถึงผิดข้อนี้?” ผิดเพราะอ่านโจทย์ไม่ครบหรือไม่? คำนวณผิดหรือไม่? จำข้อมูลสับสนหรือไม่? วิเคราะห์โจทย์ผิดหรือไม่? หรือจริง ๆ แล้วรู้คำตอบ แต่ใช้เวลามากเกินไปจนทำข้ออื่นไม่ทัน? เมื่อจดบันทึกไปเรื่อย ๆ คุณจะเริ่มเห็นรูปแบบความผิดพลาดของตัวเอง และนั่นคือข้อมูลที่มีค่ามากกว่าการรู้เพียงว่าข้อไหนตอบผิด เพราะเมื่อรู้ว่าเรามักพลาดจากอะไร เราก็สามารถออกแบบการฝึกให้ตรงกับปัญหาได้มากขึ้น ถ้าอ่านโจทย์ไม่ครบ ก็ฝึกอ่านอย่างมีสติ ถ้าคำนวณผิดบ่อย ก็ฝึกความแม่นยำ ถ้าจำข้อมูลสับสน ก็กลับไปจัดระบบเนื้อหาใหม่ และถ้าทำไม่ทัน ก็ต้องฝึกทำโจทย์ภายใต้เวลาที่จำกัดให้มากขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว การเตรียมสอบที่ดีจึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครอ่านหนังสือได้มากที่สุด แต่เป็นการค้นหาให้เจอว่า ตัวเราเสียคะแนนตรงไหน แล้วค่อย ๆ แก้จุดนั้นให้ดีขึ้น


การสอบ ก.พ. ไม่ผ่านในครั้งหนึ่งจึงไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคำตัดสินว่าเราไม่เก่ง แต่อาจเป็นข้อมูลสำคัญที่บอกเราว่า วิธีที่ใช้อยู่ยังไม่เหมาะกับตัวเราเท่านั้นครั้งต่อไปที่ทำข้อสอบผิด อย่าเพิ่งมองมันเป็นความล้มเหลวลองมองมันเป็น “ข้อมูล” เพราะทุกข้อที่ผิดและทุกจุดที่ค้นพบ อาจกำลังบอกคุณว่าในการสอบครั้งหน้า คุณควรฝึกอะไรให้มากขึ้น จาก “ทำโจทย์เยอะขึ้น” ไปสู่ “ทำโจทย์ได้แม่นขึ้น” และจาก “อ่านหนังสือมากขึ้น” ไปสู่ “อ่านอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น”


บางครั้งสิ่งที่พาเราเข้าใกล้คำว่า “สอบผ่าน” อาจไม่ใช่การพยายามให้หนักกว่าเดิม แต่คือการ พยายามให้ถูกจุดกว่าเดิม เริ่มจากวันนี้ ทำข้อสอบหนึ่งชุด จับเวลา วิเคราะห์ข้อผิดพลาด และจดบันทึก เพราะทุกความผิดพลาดที่เราเรียนรู้จากมัน คืออีกหนึ่งก้าวของการพัฒนาตัวเอง











12/15/2025

แนะนำหนังสือเตรียมสอบ กพ ที่ดีที่สุด

        การสอบ กพ (สำนักงาน ก.พ.) ถือเป็นประตูด่านแรกของการเข้าสู่ระบบราชการที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่ด้วยเนื้อหาการสอบที่ครอบคลุมทั้งความสามารถทั่วไป ภาษาไทย คณิตศาสตร์ เหตุผล และการวิเคราะห์ ทำให้ผู้สมัครจำนวนมากประสบปัญหา “อ่านไม่ตรงจุด” และเสียเวลาไปกับหนังสือที่ไม่ตอบโจทย์ข้อสอบจริง การเลือก หนังสือเตรียมสอบ กพ ที่ดีและเหมาะสม จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสสอบผ่านได้อย่างชัดเจน เพราะหนังสือที่มีคุณภาพจะช่วยสรุปเนื้อหาให้เข้าใจง่าย มีแนวข้อสอบใกล้เคียงข้อสอบจริง พร้อมเทคนิคการทำข้อสอบที่ช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาด 

จขบ ได้รวบรวมและคัดเลือก 10 หนังสือเตรียมสอบ กพ ที่ดีที่สุด ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้สอบผ่านจริง เหมาะทั้งผู้ที่สอบ กพ ครั้งแรก และผู้ที่ต้องการสอบซ้ำเพื่อเพิ่มคะแนน 

✅ สรุปเนื้อหาเข้าใจง่าย ✅ แนวข้อสอบอัปเดต ✅ เทคนิคทำข้อสอบแบบจับทางได้จริง ✅ เหมาะทั้งมือใหม่และคนสอบซ้ำ

นี่คือ 10 เล่มที่คนสอบผ่านแนะนำต่อมากที่สุด ห้ามพลาดเด็ดขาด! 


1. หนังสือติวสอบ ก.พ. 68-69 ของ J กพ Tutor

ข้อดี หนังสือติวสอบ ก.พ. 68-69 มาพร้อมคอร์สติวเฉลยละเอียดกว่า 40 ชม. ดูได้ไม่จำกัด 

- สรุปเนื้อหาสำคัญ ครบ 4 วิชา 

- ตรงโครงสร้างที่ออกสอบ 

- ไม่มีพื้นฐาน มีเวลาน้อยก็อ่านได้ 

- เทคนิคลัด ตะลุยโจทย์ ทำข้อสอบได้ทันเวลา 

- พร้อมข้อสอบจริง ก.พ. (สอบ 8, 29 พ.ค. 65) และแนวข้อสอบกว่า 500 ข้อ อันนี้ดีมาก ๆ

กดซื้อ Shopee 




2. หนังสือ คู่มือเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. ระดับปริญญาตรี ตามหลักเกณฑ์ใหม่ Infopress (อินโฟเพรส)


หนังสือเล่มนี้ออกแบบมาเพื่อผู้เตรียมสอบ กพ ภาค ก โดยเฉพาะ รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ออกสอบบ่อย สรุปเข้าใจง่าย พร้อมเทคนิคการคิดวิเคราะห์ที่ช่วยให้ทำข้อสอบได้เร็วและแม่นยำ ครอบคลุมทั้งภาษาไทย เหตุผล คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และความรู้เกี่ยวกับการเป็นข้าราชการที่ดี พร้อมแนวข้อสอบ กพ เสมือนจริงถึง 3 ชุด และเฉลยละเอียดทุกข้อ ช่วยให้คุณจับทางข้อสอบได้อย่างมั่นใจ

กดซื้อ Shopee 




 

กำหนดการสอบ กพ ปี 2569



สำนักงาน ก.พ. จะเปิดให้ “กรอกข้อมูลล่วงหน้า” สำหรับการสมัครสอบภาค ก. ปี 2569 ในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 นี้!! 📍 การ “กรอกข้อมูลล่วงหน้า” ก่อนสมัครสอบภาค ก. ปี 2569 เพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดเวลาในวันสมัครสอบจริง ทั้งการสอบแบบ Paper & Pencil และ e-Exam 👉 ท่านสามารถกรอกข้อมูลล่วงหน้าได้ ผ่านทางเว็บไซต์ https://job3.ocsc.go.th 📅 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569

 *หมายเหตุ: “การกรอกข้อมูลล่วงหน้า” เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้ผู้สมัครสอบไม่ต้องกรอกข้อมูลจำนวนมากและลดระยะเวลาในวันสมัครสอบจริงเท่านั้น ยังไม่ใช่การสมัครสอบภาค ก. 

โดยจะเปิดรับสมัครสอบจริง แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Exam): วันที่ 7 – 27 มกราคม 2569 แบบกระดาษ (Paper&Pencil): วันที่ 14 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569 

📍 โปรดติดตามประกาศและรายละเอียดการรับสมัครสอบผ่านทางเว็บไซต์ https://job3.ocsc.go.th หรือ Facebook Page สำนักงาน ก.พ.





10 หนังสือเตรียมสอบ กพ ที่ดีที่สุด




8/09/2023

นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ

นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ


 ตำแหน่งประเภท                      วิชาการ

ชื่อสายงาน                                วิชาการวัฒนธรรม

ชื่อตำแหน่งในสายงาน            นักวิชาการวัฒนธรรม

ระดับตำแหน่ง                           ปฏิบัติการ

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก
             ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการ ทํางาน ปฏิบัติงานด้านวิชาการวัฒนธรรม ภายใต้การกํากับ แนะนํา ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับ มอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้

นักวิชาการวัฒนธรรม

 มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง


ตำแหน่งประเภท              วิชาการ
สายงาน                             วิชาการวัฒนธรรม

ลักษณะงานโดยทั่วไป
                  สายงานนี้คลุมถึงตําแหน่งต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงานทางวิชาการวัฒนธรรม ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติ เกี่ยวกับศึกษา ค้นคว้า รวบรวม และวิจัยเรื่องที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม เพื่อรักษาไว้ให้เป็นลักษณะเฉพาะของชาติ รวมทั้งจัดทําแผนงานและโครงการเพื่อการส่งเสริม เผยแพร่และปลูกฝังวัฒนธรรม พิจารณาปรับปรุง เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมด้านต่างๆ ให้เหมาะสมกับกาลสมัย ตรวจสอบ ให้คําปรึกษา แนะนําเกี่ยวกับ กฎ ระเบียบ วิธีการปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับวัฒนธรรม ตลอดจนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การถ่ายทอด องค์ความรู้วิชาการด้านวัฒนธรรม และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

ชื่อตำแหน่งในสายงานและระดับตำแหน่งในสายงานนี้มีชื่อและระดับตำแหน่ง ดังนี้


นักวิชาการวัฒนธรรม                        ระดับปฏิบัติการ

นักวิชาการวัฒนธรรม                        ระดับชำนาญการ

นักวิชาการวัฒนธรรม                        ระดับชำนาญการพิเศษ

นักวิชาการวัฒนธรรม                        ระดับเชี่ยวชาญ


6/05/2022

นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศเชี่ยวชาญ

 

นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศเชี่ยวชาญ

ตำแหน่งประเภท                       วิชาการ

ชื่อสายงาน                                วิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ

ชื่อตำแหน่งในสายงาน            นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ

ระดับตำแหน่ง                           เชี่ยวชาญ

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

            ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญในงาน โดยใช้ความรู้ ความสามารถประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในด้านวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ ปฏิบัติงานที่ต้องตัดสินใจหรือแก้ปัญหาในทางวิษาการที่ขากและซับซ้อนมากและมีผลกระทบในวงกว้าง และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย หรือปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานให้คำปรึกยาของส่วนราชการระดับกระทรวง กรม ซึ่งใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในด้านวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ ปฏิบัติงานที่ต้องตัดสินใจหรือแก้ปัญหาในทางวิชาการที่ยากและซับซ้อนมากและมีผลกระทบในวงกว้าง และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้

นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศชำนาญการพิเศษ

 

นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศชำนาญการพิเศษ

ตำแหน่งประเภท                       วิชาการ

ชื่อสายงาน                                วิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ

ชื่อตำแหน่งในสายงาน            นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ

ระดับตำแหน่ง                           ชำนาญการพิเศษ


หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

            ปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้างาน ซึ่งต้องกำกับ แนะนำ ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ร่วมปฏิบัติงาน โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความชำนาญงานสูงมากในด้านวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ ปฏิบัติงานที่ต้องตัดสินใจหรือแก้ปัญหาที่ยากมาก และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย หรือปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และความชำนาญงานสูงมากในค้านวิชาการเทคโน โลยีสารสนเทศ ปฏิบัติงานที่ต้องตัดสินใจหรือแก้ปัญหาที่ยากมาก และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้

นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศชำนาญการ

 

นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศชำนาญการ

ตำแหน่งประเภท                       วิชาการ

ชื่อสายงาน                                วิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ

ชื่อตำแหน่งในสายงาน            นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ

ระดับตำแหน่ง                           ชำนาญการ


หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

            ปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้างาน ซึ่งต้องกำกับ แนะนำ ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ร่วมปฏิบัติงาน โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความชำนาญงานสูงในด้านวิชาการเทคโน โลยีสารสนเทศ ปฏิบัติงานที่ต้องตัคสินใจหรือแก้ปัญหาที่ขาก และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย หรือปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และความชำนาญงานสูงในค้านวิชาการเทค โนโลยีสารสนเทศ ปฏิบัติงานที่ต้องตัดสินใจหรือแก้ปัญหาที่ยาก และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

            โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้

6/04/2022

นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศปฏิบัติการ

นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศปฏิบัติการ

ตำแหน่งประเภท                       วิชาการ

ชื่อสายงาน                                วิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ

ชื่อตำแหน่งในสายงาน            นักวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ

ระดับตำแหน่ง                           ปฏิบัติการ


หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

                ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้


ข้อสอบกฎหมาย กพ ออกอะไร

       ใครกำลังเตรียมตัวสอบ ก.พ. ภาค ก. มารวมกันตรงนี้! หนึ่งในวิชาที่หลายคนกังวลคือ "วิชากฎหมาย" (วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้า...