พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ว่าด้วยหลักการทำงานยุคใหม่ที่ต้องรวดเร็วและคุ้มค่า ให้เน้นอ่านเป้าหมายของการทำงานที่ต้องมุ่งเน้น "ประโยชน์สุขของประชาชน" เป็นหลัก รวมถึงวิธีการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ลดขั้นตอนที่ยืดเยื้อ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชน
หัวใจสำคัญที่นำมาออกสอบบ่อยที่สุดคือ เป้าหมายหลัก 7 ประการ ดังนี้ครับ:
1. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน (เป้าหมายสูงสุด)
จุดที่มักออกสอบ: การทำงานต้องถือว่า "ประชาชนเป็นศูนย์กลาง" หากมีการปฏิบัติงานที่กระทบต่อประชาชน ต้องรีบแก้ไข และหากเกิดความขัดแย้งระหว่างส่วนราชการ ต้องร่วมกันแก้ไขโดยด่วน
คีย์เวิร์ดจำ: ความผาสุก, ประชาชนเป็นศูนย์กลาง, สุจริตโปร่งใส
2. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ (เน้นการวางแผน)
จุดที่มักออกสอบ: ก่อนเริ่มงาน ส่วนราชการต้องทำ "แผนปฏิบัติราชการ" เสมอ โดยต้องระบุเป้าหมาย ตัวชี้วัด และงบประมาณให้ชัดเจน หากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ต้องทำงานแบบ "บูรณาการ" ร่วมกัน
คีย์เวิร์ดจำ: แผนปฏิบัติราชการ, เป้าหมาย, บูรณาการ, ตัวชี้วัด
3. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า (เน้นความคุ้มเงินภาษี)
จุดที่มักออกสอบ: ส่วนราชการต้องจัดทำ "บัญชีต้นทุน" และมีการประเมินความคุ้มค่า หากงานไหนให้เอกชนทำแล้วประหยัดหรือคุ้มค่ากว่า ก็สามารถมอบให้เอกชนทำแทนได้
คีย์เวิร์ดจำ: บัญชีต้นทุน, ความคุ้มค่าเงิน, จัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส
4. ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน (เน้นความรวดเร็ว)
จุดที่มักออกสอบ: เน้นการ "กระจายอำนาจ" การตัดสินใจลงไปให้ผู้ปฏิบัติงานเพื่อความรวดเร็ว และข้อสอบชอบถามเรื่องการตั้ง "ศูนย์บริการร่วม (One Stop Service)" เพื่อให้ประชาชนมาติดต่อจุดเดียวจบ
คีย์เวิร์ดจำ: กระจายอำนาจ, ศูนย์บริการร่วม, ลดระยะเวลา
5. ปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ (เน้นความทันโลก)
จุดที่มักออกสอบ: ส่วนราชการต้องหมั่นทบทวนกฎหมายและกฎระเบียบของตัวเองว่าล้าสมัยหรือไม่ หากภารกิจไหนหมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อน ต้องเสนอให้ยุบเลิก
คีย์เวิร์ดจำ: ทบทวนกฎหมาย, ยกเลิกภารกิจที่หมดความจำเป็น, ทันต่อสถานการณ์
6. อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการ (เน้นการบริการ)
จุดที่มักออกสอบ: ส่วนราชการต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนทราบ (เว้นแต่เรื่องความมั่นคง) และจุดที่ออกบ่อยคือ หากมีข้อร้องเรียนหรือสอบถามจากประชาชน ส่วนราชการต้องตอบกลับภายใน 15 วัน
คีย์เวิร์ดจำ: เปิดเผยข้อมูล, ตอบคำถามภายใน 15 วัน, ระบบเครือข่ายสารสนเทศ
7. ประเมินผลการปฏิบัติราชการ (เน้นการตรวจสอบ)
จุดที่มักออกสอบ: ต้องมีการประเมินผลการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งประเมินภาพรวมหน่วยงาน และประเมินรายบุคคล โดยต้องให้บุคคลภายนอก (ผู้ประเมินอิสระ) มาร่วมประเมินด้วย
คีย์เวิร์ดจำ: ผู้ประเมินอิสระ, ประเมินความพึงพอใจของประชาชน
ประเด็นอัปเดตที่มักออกสอบ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562) ข้อสอบมักหยิบยกประเด็นการบริหารราชการยุคใหม่มาถาม โดย พ.ร.ฎ. ฉบับนี้ได้ปรับปรุงให้ส่วนราชการต้องนำ "เทคโนโลยีดิจิทัล" มาใช้ในการทำงาน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานและต้องให้บริการประชาชนผ่าน "แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง" เป็นหลัก
เทคนิคในห้องสอบ: เวลาเจอโจทย์ยาวๆ ให้กวาดสายตาหา "คีย์เวิร์ด" แล้วจับคู่กับเป้าหมายทั้ง 7 ข้อให้ตรงจุด เช่น โจทย์ถามว่า "การจัดทำแผนปฏิบัติราชการ 5 ปี ตอบโจทย์ข้อใด?" คำตอบคือ "เกิดผลสัมฤทธิ์" หรือ "การตั้งศูนย์บริการร่วม ตอบโจทย์ข้อใด?" คำตอบคือ "ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน"
ตัวอย่างข้อสอบพร้อมเฉลย (เฉลยให้คลุมดำ)
ข้อที่ 1: เป้าหมายสูงสุดของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือข้อใด?
ก. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ข. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า
ค. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ง. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
เฉลย: ค. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
คำอธิบาย: มาตรา 7 ที่กำหนดให้การทำงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลักการและเป้าหมายสูงสุดของการบริหารราชการ นี่คือเป้าหมายอันดับ 1 และเป็นหัวใจหลักของการทำงานราชการเลยครับ กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าการบริหารราชการต้องมีเป้าหมายเพื่อความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ข้อที่ 2: การที่ส่วนราชการต้องจัดทำ "แผนปฏิบัติราชการ" เป็นการทำงานที่ตอบสนองเป้าหมายในเรื่องใด?
ก. การเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ข. การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ
ค. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ง. การประเมินผลการปฏิบัติราชการ
เฉลย: ก. การเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
คำอธิบาย: มาตรา 9 (1) ที่ระบุว่าก่อนดำเนินการใดๆ ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย คีย์เวิร์ดของคำว่า "ผลสัมฤทธิ์" คือการทำงานแบบมีการวางแผนครับ กฎหมายกำหนดว่าก่อนจะทำภารกิจใดๆ ส่วนราชการต้องทำ "แผนปฏิบัติราชการ" (ระบุรายละเอียด เป้าหมาย งบประมาณ ตัวชี้วัด) เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ครับ
ข้อที่ 3: กรณีที่ประชาชนมีหนังสือสอบถามมายังส่วนราชการ ส่วนราชการนั้นจะต้องตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการให้ประชาชนทราบภายในระยะเวลาเท่าใด?
ก. 7 วัน
ข. 15 วัน
ค. 30 วัน
ง. 60 วัน
เฉลย: ข. 15 วัน
คำอธิบาย: มาตรา 38 กฎหมายระบุตัวเลขชัดเจนว่าเมื่อประชาชนสอบถาม ต้องตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการภายใน 15 วัน ข้อนี้ออกสอบบ่อย อยู่ในหมวดของการอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน
ข้อที่ 4: การจัดตั้ง "ศูนย์บริการร่วม" (One Stop Service) เพื่อให้ประชาชนติดต่อสอบถามหรือขออนุมัติเรื่องต่างๆ ได้ ณ จุดเดียว สอดคล้องกับหมวดใดมากที่สุด?
ก. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ข. การอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน
ค. การเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ง. การมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า
เฉลย: ก. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
คำอธิบาย: แม้เป้าหมายของศูนย์บริการร่วมคือเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก แต่ในตัวบทกฎหมาย (มาตรา 32) ได้บัญญัติเรื่องนี้ไว้ใน หมวด 5 การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ครับ จุดนี้คือ "ข้อหลอก" คลาสสิกที่ข้อสอบ ก.พ. ชอบนำมาวัดความแม่นยำในการแยกหมวดหมู่ หากเจอโจทย์นี้ในห้องสอบ ต้องตอบว่า "ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน"
ข้อที่ 5 (เก็งข้อสอบอัปเดต): ตามกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับล่าสุด (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562) เพื่อให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล ส่วนราชการต้องจัดให้มีการบริการประชาชนผ่านช่องทางใดเป็นหลัก?
ก. แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง
ข. ศูนย์บริการร่วมระดับจังหวัด
ค. เว็บไซต์ของแต่ละส่วนราชการ
ง. แอปพลิเคชันส่วนตัวของเจ้าหน้าที่
เฉลย: ก. แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง
คำอธิบาย: กฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 (มาตรา 28/1) ที่กำหนดให้ส่วนราชการต้องให้บริการผ่านระบบแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางเป็นหลักเพื่อความทันสมัย ยกระดับราชการไทย กฎหมายบังคับเลยว่าส่วนราชการต้องนำเทคโนโลยีมาใช้และให้บริการผ่าน "แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง" เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงง่าย สะดวก และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางครับ